ข้ามไปเนื้อหา ข้ามไปเนื้อหา
คู่มือไก่ชน อ่านเพิ่มเติม
บทความ

ก่อนรักษา อ่านโรคไก่ชนหน้าฝน 2026

โรคไก่ชนหน้าฝนมักรุนแรงขึ้นจากความชื้น อากาศเปลี่ยน น้ำขัง และเชื้อโรคที่แพร่ในเล้า โดยโรคสำคัญ ได้แก่ นิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม โรคบิด และโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง หรือ ซีอาร์ดี ผู้เลี้...

15 ตุลาคม 2569 5 min read
ก่อนรักษา อ่านโรคไก่ชนหน้าฝน 2026

ก่อนรักษา อ่านโรคไก่ชนหน้าฝน 2026

โรคไก่ชนหน้าฝนมักรุนแรงขึ้นจากความชื้น อากาศเปลี่ยน น้ำขัง และเชื้อโรคที่แพร่ในเล้า โดยโรคสำคัญ ได้แก่ นิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม โรคบิด และโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง หรือ ซีอาร์ดี ผู้เลี้ยงในประเทศไทยควรแยกไก่ป่วยทันที ตรวจอาการร่วมกับอุณหภูมิ ความอยากอาหาร ลักษณะมูล และการหายใจ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะให้เอง เพราะยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียใช้ไม่ได้กับโรคไวรัส และอาจทำให้ดื้อยาได้ กรมปศุสัตว์แนะนำให้เฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีกและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อพบการตายผิดปกติ ช่วงฝนตกต่อเนื่อง 3–7 วันควรตรวจเล้าเช้าเย็น พร้อมเปลี่ยนน้ำและวัสดุรองพื้นทุกวัน หากไก่คอบิด หายใจลำบาก ถ่ายเป็นเลือด หรือตายหลายตัวในเวลาใกล้กัน ให้หยุดเคลื่อนย้ายและติดต่อสัตวแพทย์ทันที

ไก่ชนยืนซึมในเล้าไม้ช่วงฝนตก มีพื้นเปียกและเจ้าของกำลังตรวจอาการอย่างระมัดระวัง

ตารางเปรียบเทียบโรคไก่ชนหน้าฝนแบบดูเร็ว

ตารางนี้ช่วยคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยแทนสัตวแพทย์ โรคหลายชนิดมีอาการคล้ายกัน โดยเฉพาะซึม ไม่กินอาหาร และหายใจผิดปกติ ดังนั้นควรดู “กลุ่มอาการ” ร่วมกัน ไม่ตัดสินจากอาการเดียว กรมปศุสัตว์และคู่มือสัตวแพทย์ของเอ็มเอสดีต่างเน้นเรื่องการแยกสัตว์ป่วยและการควบคุมการแพร่เชื้อเป็นลำดับแรก ผู้เลี้ยงที่ต้องการทบทวนพื้นฐานสามารถอ่าน คู่มือการดูแลไก่ชนมือใหม่ ก่อนจัดระบบเล้าได้

โรค อาการเด่น ความเสี่ยงช่วงฝน สิ่งที่ควรทำทันที
นิวคาสเซิล คอบิด เดินเซ มูลเขียว หายใจลำบาก สูงมาก แยกฝูง หยุดเคลื่อนย้าย แจ้งสัตวแพทย์
อหิวาต์เป็ดไก่ ไข้ ซึม หน้าคล้ำ ตายเฉียบพลัน สูง แยกเล้า เก็บซากอย่างถูกสุขลักษณะ
หวัดหน้าบวม น้ำมูกเหม็น หน้าบวม ตาบวม สูง เพิ่มการระบายอากาศและพบสัตวแพทย์
โรคบิด มูลเป็นเลือด น้ำหนักลด อ่อนแรง สูง เปลี่ยนวัสดุรองพื้นและตรวจมูล
ซีอาร์ดี หายใจครืดคราด ไอ น้ำมูก ปานกลางถึงสูง ลดฝุ่น ความชื้น และความแออัด
พยาธิภายใน ผอม ขนหยาบ โตช้า มูลผิดปกติ ปานกลาง ตรวจมูลก่อนถ่ายพยาธิ

โรคไก่ชนหน้าฝนไม่ได้เกิดจากฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากฝนทำให้สภาพแวดล้อมเหมาะต่อเชื้อโรคมากขึ้น พื้นเล้าที่เปียกทำให้มูลละลายปนในน้ำ รองเท้าและอุปกรณ์พาเชื้อจากเล้าหนึ่งไปอีกเล้าหนึ่งได้ ส่วนความเครียดจากอากาศเย็นทำให้ไก่กินอาหารและพักผ่อนไม่สม่ำเสมอ จากประสบการณ์ดูแลเล้าขนาดเล็ก จุดที่มักพลาดคือเปลี่ยนน้ำแล้ว แต่ไม่ล้างภาชนะ เพราะคราบเมือกในรางน้ำยังเป็นแหล่งสะสมเชื้ออยู่ การล้างด้วยแปรงทุกวันและวางรางน้ำบนพื้นที่แห้งจึงมีประโยชน์กว่าการเติมยาลงน้ำแบบเดาสุ่ม

เริ่มจัดระบบป้องกันก่อนฝนหนัก จะลดความเสี่ยงได้มากกว่ารอรักษาเมื่อไก่ทรุดแล้ว

เรียนรู้เพิ่มเติม

รอบที่ 1: ฝนทำให้โรคใดระบาดง่ายขึ้น?

โรคไก่ชนที่มักรุนแรงในหน้าฝนคือโรคที่แพร่ผ่านละอองฝอย มูล น้ำ และอุปกรณ์ปนเปื้อน ได้แก่ นิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม และโรคบิด หากพบไก่ตายมากกว่าหนึ่งตัวภายใน 24 ชั่วโมง ต้องคิดถึงโรคติดต่อก่อนปัญหาโภชนาการหรืออากาศธรรมดา การแยกฝูงและหยุดเคลื่อนย้ายไก่เป็นมาตรการที่ปลอดภัยที่สุดในช่วงแรก

ฝนตกทำให้อากาศชื้นและการระบายอากาศในเล้าลดลง ไก่จึงสัมผัสแอมโมเนียจากมูลมากขึ้น แอมโมเนียระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจและทำให้อาการซีอาร์ดีชัดขึ้น ขณะเดียวกัน วัสดุรองพื้นที่ชื้นเป็นสภาพเหมาะต่อไข่พยาธิและเชื้อบิด เมื่อไก่จิกพื้นหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ เอฟเอโอ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มรายย่อย เพราะการป้องกันที่ต้นทางมีต้นทุนต่ำกว่าการสูญเสียทั้งฝูง ผู้เลี้ยงควรอ่าน แนวทางทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเล้าไก่ ควบคู่กัน

แนวทางปฏิบัติใน 24 ชั่วโมงแรกมีดังนี้

  1. แยกไก่ซึม ไก่ไอ และไก่ถ่ายผิดปกติออกจากฝูงทันที
  2. ใช้อุปกรณ์ให้น้ำและอาหารแยกจากไก่ปกติ
  3. จดจำนวนไก่ป่วย อาการ เวลาเริ่มป่วย และจำนวนที่ตาย
  4. เปลี่ยนวัสดุรองพื้นเฉพาะจุดที่เปียก โดยสวมถุงมือและหน้ากาก
  5. หยุดนำไก่เข้าออกเล้า จนกว่าจะทราบสาเหตุชัดเจน

“การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพกว่าการรอรักษาเมื่อเกิดการระบาด” เป็นหลักที่สอดคล้องกับแนวทางความปลอดภัยทางชีวภาพของเอฟเอโอ แม้ดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่การทำสม่ำเสมอสำคัญกว่าการใช้น้ำยาราคาแพงเป็นครั้งคราว หากมีซากไก่ ห้ามโยนลงบ่อ ห้ามทิ้งใกล้แหล่งน้ำ และห้ามนำไปเป็นอาหารสัตว์ ควรสอบถามสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเรื่องวิธีกำจัดที่เหมาะสมในพื้นที่

ไก่ชนหลายตัวอยู่ในคอกแยกสะอาด เจ้าของกำลังเปลี่ยนวัสดุปูพื้นหลังฝนตกหนัก

รอบที่ 2: แยกอาการอย่างไรไม่ให้รักษาผิดโรค?

การแยกโรคต้องดูอาการร่วม 4 ด้าน ได้แก่ ระบบหายใจ ระบบประสาท ลักษณะมูล และความเร็วของการตาย ไม่ควรใช้สีมูลหรืออาการหน้าบวมเพียงอย่างเดียวตัดสิน เพราะนิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ และการติดเชื้อหลายชนิดอาจแสดงอาการทับซ้อนกัน การยืนยันโรคควรใช้การตรวจโดยสัตวแพทย์หรือห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะเมื่อมีไก่ตายหลายตัว

นิวคาสเซิล

นิวคาสเซิลเป็นโรคไวรัสที่ต้องระวังมากที่สุดโรคหนึ่งในไก่ชน อาการอาจมีหายใจลำบาก ซึม มูลเขียว คอบิด เดินเซ ปีกตก และตายรวดเร็ว บางฝูงแสดงอาการทางระบบประสาทหลังเริ่มป่วยหลายวัน ไม่มียาปฏิชีวนะตัวใดรักษาไวรัสนิวคาสเซิลได้โดยตรง การให้ยาฆ่าเชื้ออาจช่วยเฉพาะการติดเชื้อแทรกซ้อน แต่ต้องอยู่ภายใต้สัตวแพทย์ ผู้เลี้ยงไม่ควรนำไก่ที่สงสัยป่วยไปซ้อม ไปตี หรือไปสนาม เพราะการเคลื่อนย้ายเพิ่มความเสี่ยงต่อไก่ของคนอื่นและทำให้ติดตามต้นตอยากขึ้น

อหิวาต์เป็ดไก่

อหิวาต์เป็ดไก่เกิดจากแบคทีเรียพาสเจอเรลลา อาการมีตั้งแต่ซึม ไม่กินอาหาร หายใจเร็ว หน้าคล้ำ มูลเหลว ไปจนถึงตายเฉียบพลัน บางกรณีพบไก่ตายโดยแทบไม่มีอาการเตือน จุดสำคัญคือความเร็วของการทรุดและการตายเป็นกลุ่ม โรคนี้อาจตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะบางชนิด แต่การเลือกยา ขนาดยา และระยะหยุดยาต้องให้สัตวแพทย์ประเมิน เพราะไก่ชนที่มีประวัติใช้ยาซ้ำอาจเกิดเชื้อดื้อยาได้

หวัดหน้าบวมและซีอาร์ดี

หวัดหน้าบวมมักมีน้ำมูกเหนียว มีกลิ่น ตาบวม หน้าบวม และเสียงหายใจผิดปกติ ส่วนซีอาร์ดีมักเห็นไอ จาม หายใจครืดคราด น้ำมูก และน้ำหนักลด อาการสองกลุ่มนี้รุนแรงขึ้นเมื่อเล้าอับชื้น มีฝุ่น หรือมีแอมโมเนียสูง การรักษาไม่ควรเน้นเพียงยาปฏิชีวนะ แต่ต้องแก้การระบายอากาศ ความหนาแน่น และสุขอนามัยด้วย หากไก่ยังหายใจลำบากหลังปรับเล้า 12–24 ชั่วโมง ควรพบสัตวแพทย์

โรคบิดและพยาธิภายใน

โรคบิดมักทำให้มูลมีเลือดหรือสีน้ำตาลเข้ม ไก่ซึม ขนฟู และน้ำหนักลด โดยเฉพาะในพื้นที่ชื้นที่มีมูลสะสม พยาธิภายในอาจทำให้ผอม โตช้า ขนหยาบ และมูลผิดปกติ แต่ไม่ใช่ทุกกรณีที่ต้องถ่ายพยาธิทันที ข้อมูลเชิงปฏิบัติที่มักถูกมองข้ามคือ การถ่ายพยาธิแบบเหมารวมทุก 30 วันอาจทำให้วินิจฉัยโรคอื่นช้าและเพิ่มแรงกดดันต่อการดื้อยา การตรวจมูลก่อนใช้ยาเป็นวิธีที่แม่นกว่าและลดการใช้ยาเกินจำเป็น

ตรวจอาการอย่างเป็นระบบก่อนตัดสินใจใช้ยา นี่คือ ตารางอาการโรคไก่ชนและแนวทางสังเกต ที่ควรเก็บไว้ใช้ในเล้า

เรียนรู้เพิ่มเติม

รอบที่ 3: ป้องกันโรคไก่ชนหน้าฝนอย่างไร?

การป้องกันโรคไก่ชนหน้าฝนควรทำเป็นระบบ 5 จุด ได้แก่ เล้าแห้ง อากาศถ่ายเท น้ำสะอาด อุปกรณ์แยก และการกักโรค การทำเพียงข้อเดียว เช่น เติมวิตามินในน้ำ จะไม่ทดแทนการเก็บมูลหรือควบคุมคนเข้าออกได้ กรมปศุสัตว์แนะนำให้เจ้าของสัตว์เฝ้าระวังความผิดปกติและแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อสงสัยโรคระบาด ดังนั้นการจดข้อมูลประจำวันจึงมีประโยชน์มากกว่าการพึ่งความรู้สึก

จัดการเล้าและน้ำ

หลังฝนตกควรตรวจหลังคารั่ว รางน้ำล้น พื้นแฉะ และลมโกรกทันที วัสดุรองพื้นต้องแห้ง ไม่จับตัวเป็นก้อน และไม่มีกลิ่นแอมโมเนียแรง รางน้ำควรล้างด้วยแปรงทุกวัน ไม่ใช่เพียงเทน้ำเก่าทิ้งแล้วเติมใหม่ หากใช้สารฆ่าเชื้อ ต้องอ่านฉลากเรื่องความเข้มข้นและเวลาสัมผัส เพราะน้ำยาที่เจือจางเกินไปอาจไม่ทำงาน ส่วนเข้มข้นเกินไปอาจระคายผิวและระบบหายใจของไก่ ห้ามผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน

ควบคุมคน อุปกรณ์ และไก่ใหม่

กำหนดรองเท้าและอุปกรณ์ประจำเล้า แยกถังอาหารของไก่ป่วยจากไก่ปกติ และล้างมือก่อนจับไก่ทุกครั้ง ไก่ใหม่ควรกักแยกอย่างน้อย 14 วัน โดยตรวจมูล การกินอาหาร และการหายใจทุกวัน ระยะ 14 วันไม่ใช่การรับประกันว่าไม่มีโรค แต่ช่วยจับอาการที่แสดงช้าและลดความเสี่ยงได้มาก การซื้อไก่จากสนามหรือหลายแหล่งแล้วนำเข้าฝูงทันทีเป็นความเสี่ยงที่ผู้เลี้ยงมักประเมินต่ำกว่าความจริง

วัคซีนและโภชนาการ

วัคซีนต้องเลือกตามโรคที่พบในพื้นที่ อายุไก่ และคำแนะนำของสัตวแพทย์ ไม่ควรฉีดหรือหยอดวัคซีนให้ไก่ที่กำลังป่วยหนัก เพราะภูมิคุ้มกันอาจตอบสนองไม่ดี อาหารต้องเก็บในภาชนะปิดสนิท ไม่ขึ้นรา และไม่สัมผัสพื้น ความผิดพลาดที่พบจริงในเล้าขนาดเล็กคือเก็บอาหารไว้ใกล้ผนังด้านฝนสาด ทำให้ความชื้นสะสมโดยไม่เห็นจากภายนอก ควรวางถุงอาหารบนพาเลต ห่างผนัง และใช้ให้หมดตามลำดับก่อนหลัง

ทำเช็กลิสต์รายวันให้ครบทั้งสิ่งแวดล้อมและตัวไก่ แล้วค่อยพิจารณาเรื่องยา จะปลอดภัยกว่า

เจ้าของฟาร์มไก่ชนกำลังตรวจหลังคา รางน้ำ และถุงอาหารบนพาเลตในเล้าสะอาด

คะแนนสุดท้าย: ใครควรเลือกวิธีดูแลแบบใด?

ผู้เลี้ยงไก่ชนทุกคนควรเลือก “ป้องกันก่อนรักษา” เป็นแนวทางหลัก แต่ระดับการจัดการควรเหมาะกับจำนวนไก่และความเสี่ยงของพื้นที่ เล้าเล็กที่มีไก่ไม่เกิน 10 ตัวอาจเริ่มจากพื้นแห้ง น้ำสะอาด การกักไก่ใหม่ และบันทึกอาการ ส่วนซุ้มที่มีไก่หลายสิบตัวหรือมีการเดินทางไปสนามควรเพิ่มรองเท้าเฉพาะเล้า จุดล้างอุปกรณ์ ตารางวัคซีน และผู้รับผิดชอบตรวจโรค การใช้ยาหลายชนิดแบบคาดเดาได้คะแนนต่ำ เพราะอาจบดบังอาการและทำให้เกิดเชื้อดื้อยา

สรุปการตัดสินใจแบบมืออาชีพมีดังนี้

  • ไก่ป่วยตัวเดียว อาการยังไม่รุนแรง: แยก สังเกต 12–24 ชั่วโมง และปรึกษาสัตวแพทย์
  • ไก่หลายตัวมีอาการทางหายใจ: หยุดเคลื่อนย้าย ตรวจการระบายอากาศ และติดต่อสัตวแพทย์
  • มีคอบิด เดินเซ ตายเร็ว หรือมูลผิดปกติหลายตัว: ถือเป็นเหตุฉุกเฉินด้านโรคระบาด
  • มีเลือดในมูลและพื้นชื้น: เปลี่ยนวัสดุรองพื้น ตรวจมูล และอย่ารีบถ่ายยาแบบเดา
  • ฝนตกต่อเนื่องเกิน 3 วัน: ตรวจเล้าเช้าเย็น ลดความแออัด และแยกอุปกรณ์ทันที

คู่มือไก่ชนรวบรวมเนื้อหาเรื่องพันธุ์ไก่ การฝึก กติกาสนาม การตัดสิน และสุขภาพไก่เพื่อให้ผู้เลี้ยงตัดสินใจบนข้อมูล ไม่ใช่ตามคำบอกต่อ หากต้องการวางระบบทั้งซุ้ม ควรอ่าน คู่มือวางระบบสุขอนามัยสำหรับซุ้มไก่ชน เพิ่มเติม

โรคไก่ชนหน้าฝนป้องกันได้มากด้วยการจัดการพื้นฐานที่ทำทุกวัน หากพบไก่ตายผิดปกติ อย่ารอดูอาการนาน อย่าเคลื่อนย้ายไก่ และอย่าใช้ยาสุ่ม ให้แยกฝูง บันทึกข้อมูล และติดต่อสำนักงานปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ทันที

เรียนรู้เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไก่ชนหน้าฝน

ถาม: โรคไก่ชนหน้าฝนคืออะไร?

ตอบ: โรคไก่ชนหน้าฝนคือโรคติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพที่มีโอกาสแพร่และรุนแรงขึ้นเมื่ออากาศชื้น เล้าเปียก และมีการระบายอากาศต่ำ โดยพบบ่อยในกลุ่มนิวคาสเซิล อหิวาต์เป็ดไก่ หวัดหน้าบวม ซีอาร์ดี โรคบิด และพยาธิภายใน ฝนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงทุกกรณี แต่ทำให้เชื้อแพร่ผ่านมูล น้ำ และละอองได้ง่ายขึ้น ผู้เลี้ยงควรตรวจพื้นเล้า น้ำ อาหาร และมูลทุกวัน โดยเฉพาะช่วงฝนตกต่อเนื่อง 3–7 วัน

ถาม: จะสังเกตโรคไก่ชนหน้าฝนเบื้องต้นอย่างไร?

ตอบ: ให้ตรวจการกินอาหาร การหายใจ ลักษณะมูล การเดิน และความสดใสของไก่ร่วมกันอย่างน้อยวันละสองครั้ง ไก่ที่คอบิด เดินเซ หายใจลำบาก ถ่ายเป็นเลือด หรือซึมจนไม่กินอาหารต้องแยกทันที อย่าตัดสินจากมูลสีเดียว เพราะโรคหลายชนิดมีอาการคล้ายกัน ควรจดเวลาเริ่มป่วยและจำนวนไก่ที่มีอาการเพื่อแจ้งสัตวแพทย์ การมีข้อมูลต่อเนื่องช่วยให้วินิจฉัยเร็วและลดการใช้ยาผิดชนิด

ถาม: โรคนิวคาสเซิลกับซีอาร์ดีต่างกันอย่างไร?

ตอบ: นิวคาสเซิลมักมีอาการทางระบบประสาท เช่น คอบิดและเดินเซ ร่วมกับอาการหายใจหรือมูลผิดปกติ ส่วนซีอาร์ดีเด่นที่ไอ จาม น้ำมูก และหายใจครืดคราดโดยมักดำเนินโรคเรื้อรังกว่า นิวคาสเซิลเป็นโรคไวรัสและไม่มียาปฏิชีวนะรักษาโดยตรง ขณะที่ซีอาร์ดีอาจเกี่ยวข้องกับเชื้อแบคทีเรียและสภาพแวดล้อม แต่ต้องตรวจยืนยันก่อนให้ยา หากพบอาการทั้งสองกลุ่มพร้อมกัน ให้ถือเป็นกรณีเร่งด่วน

ถาม: หากไก่ชนป่วยช่วงหน้าฝน ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?

ตอบ: สิ่งแรกคือแยกไก่ป่วยออกจากฝูงและหยุดการเคลื่อนย้ายไก่ทันที จากนั้นจัดน้ำสะอาด อาหารใหม่ และพื้นที่แห้งให้ไก่ป่วยโดยใช้อุปกรณ์แยกจากฝูงปกติ จดจำนวนไก่ป่วย อาการ เวลาเริ่มป่วย และจำนวนที่ตาย ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาถ่ายพยาธิแบบเดา เพราะอาจทำให้อาการถูกบดบัง หากมีไก่ตายหลายตัว คอบิด หายใจลำบาก หรือตายรวดเร็ว ให้ติดต่อสัตวแพทย์หรือสำนักงานปศุสัตว์ทันที

ถาม: ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไรในการป้องกันโรคไก่ชนหน้าฝน?

ตอบ: ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอาจอยู่ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นกับจำนวนไก่และสภาพเล้า อุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ แปรงล้างรางน้ำ ถุงมือ รองเท้าประจำเล้า วัสดุรองพื้น และภาชนะอาหารน้ำที่แยกได้ สำหรับซุ้มขนาดใหญ่ควรเผื่องบตรวจมูล วัคซีน และคำปรึกษาสัตวแพทย์เพิ่มเติม การซ่อมหลังคารั่วและทำพื้นให้แห้งมักคุ้มกว่าซื้อยาเมื่อเกิดการตายยกกลุ่ม งบประมาณควรเน้นลดความเสี่ยงก่อนการรักษา

ถาม: ถ้าไก่ตายช่วงฝนตก ต้องแจ้งใครและจัดการซากอย่างไร?

ตอบ: หากไก่ตายหลายตัวในเวลาใกล้กัน ควรแจ้งสัตวแพทย์ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ หรือกรมปศุสัตว์ในพื้นที่โดยเร็ว อย่าเคลื่อนย้ายซากไปขาย ทิ้งลงน้ำ หรือให้สัตว์อื่นกิน เพราะอาจแพร่เชื้อไปยังฝูงและชุมชนใกล้เคียง ให้สวมถุงมือ เก็บพื้นที่ไม่ให้คนและสัตว์อื่นเข้าใกล้ และรอคำแนะนำเรื่องการเก็บตัวอย่างหรือกำจัดซาก วิธีปฏิบัติอาจแตกต่างตามโรคและข้อกำหนดของพื้นที่ จึงไม่ควรฝังหรือเผาโดยไม่สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อน

ผู้เลี้ยงที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลทางการสามารถอ้างอิง กรมปศุสัตว์ เรื่องการควบคุมโรคสัตว์ และคู่มือโรคสัตว์ปีกจาก เอ็มเอสดี เวทเทอรินารี แมนนวล เพื่อประกอบการพูดคุยกับสัตวแพทย์

ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการคัดกรองและการป้องกันเบื้องต้น ไม่แทนการตรวจรักษาโดยสัตวแพทย์.

ขอบคุณที่อ่าน

§

คู่มือไก่ชน · Editorial Archive

บทความที่เกี่ยวข้อง